ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เป็นสิ่งที่คนไทยเคารพสักการะมาช้านาน การมาไหว้ขอพรที่ศาลหลักเมืองจึงเป็นเหมือนการขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองให้คุ้มครองและทำให้ชีวิตเจริญก้าวหน้า เพื่อให้ชีวิตราบรื่น มีโชคลาภ การงานก้าวหน้า การเงินมั่นคง นอกจากจะเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่ดีแล้ว ยังมีเคล็ดลับขอพร 4 ทิศและวิธีไหว้ศาลหลักเมืองอย่างถูกต้องที่จะช่วยเสริมพลังให้ชีวิตของเพื่อน ๆ ดียิ่งขึ้นไปอีก
Key Takeaway
-
ของไหว้ศาลหลักเมือง: ดอกไม้ (เช่น บัว) ธูป (3 ดอก) เทียน พวงมาลัย แผ่นทอง ผ้าแพรสามสี น้ำมันตะเกียง สิ่งเหล่านี้มีขายที่ศาลหลักเมือง ราคาประมาณ 60 บาท
-
ขั้นตอนการไหว้ศาลหลักเมือง (ตามลำดับ)
-
1. หอพระพุทธรูป: กราบสักการะพระพุทธรูปและพระบรมสารีริกธาตุ ถวายดอกบัว 1 ดอก และทำบุญใส่บาตรพระประจำวันเกิด (ไม่ต้องจุดธูปเทียน)
-
2. องค์พระหลักเมืองจำลอง: กราบสักการะ จุดธูปเทียน (3 ดอก) ปิดทองที่เสาจำลอง (โคน กลางหรือยอด) และผูกผ้าแพร 3 สี (แดง เหลืองและน้ำเงิน) พร้อมกันให้แน่น
-
3. องค์พระหลักเมือง (เสาจริง): ถวายพวงมาลัยองค์พระหลักเมืองจำลอง (งดจุดธูปเทียน)
-
4. ศาลเทพารักษ์ทั้ง 5: ถวายพวงมาลัย 5 พวง แก่ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรี เจ้าเจตคุปต์และเจ้าหอกลอง
-
5. เติมน้ำมันตะเกียง: เติมน้ำมันตะเกียงพระประจำวันเกิดครึ่งขวด และนำส่วนที่เหลือเติมลงในอ่างสะเดาะเคราะห์
-
ขอพร 4 ทิศ: ทิศเหนือ (ความสุข) ทิศใต้ (โชคลาภ) ทิศตะวันออก (สุขภาพ) ทิศตะวันตก (ความรัก)
-
ข้อควรรู้: แต่งกายสุภาพ รักษาความสงบเรียบร้อย งดนำเนื้อสัตว์มาถวาย (ใช้ผลไม้แทน)
ประวัติศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ

ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานครสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2325 สมัยรัชกาลที่ 1 พร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ มีการประกอบพระราชพิธียกเสาหลักเมืองซึ่งทำจากไม้ชัยพฤกษ์ เพื่อเป็นสิริมงคลและเป็นมิ่งขวัญแก่บ้านเมืองและประชาชนไทย
ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 เสาหลักเมืองต้นเดิมชำรุดตามกาลเวลา จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเสาใหม่ขึ้นแทน และประกอบพิธีผูกดวงชะตาพระนครใหม่ เพื่อเสริมความเจริญรุ่งเรืองแก่ประเทศชาติ ต่อมาในปี พ.ศ. 2525 เนื่องในโอกาสกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี รัชกาลที่ 9 โปรดให้มีการบูรณะศาลหลักเมืองให้สมบูรณ์งดงาม และอัญเชิญเสาต้นเดิมมาประดิษฐานคู่กับต้นปัจจุบัน
นอกจากนี้ ยังมีการสร้างศาลเทพารักษ์และหอพระพุทธรูปเพิ่มเติม ปัจจุบันศาลหลักเมืองตั้งอยู่ในพื้นที่กระทรวงกลาโหม และอยู่ในความดูแลขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ซึ่งรับผิดชอบการดูแล บูรณะ และให้บริการประชาชนผู้มาสักการะ รวมทั้งนำรายได้ไปสนับสนุนกิจการสาธารณกุศลต่าง ๆ
ไหว้ศาลหลักเมือง นิยมขอพรเรื่องอะไรบ้าง?
เพื่อน ๆ ที่ไม่ใช่สายมูอาจจะสงสัยว่าเราไหว้ศาลหลักเมืองไปทำไมหรือเมื่อไปศาลหลักเมืองแล้วนิยมขอพรเรื่องอะไรบ้าง การไหว้ศาลหลักเมืองนั้นมีอยู่หลายจุดประสงค์ ผู้คนส่วนใหญ่มักไปขอพรเพื่อเสริมความมั่นคงในชีวิต ให้ชีวิตราบรื่น จะทำสิ่งใดก็ไร้อุปสรรค เน้นขอพรเรื่องหน้าที่การงานให้รุ่งเรือง ก้าวหน้า เลื่อนขั้นหรือตำแหน่ง ขอโชคลาภเงินทอง รวมถึงการขอพรให้ชีวิตมีความสิริมงคล แคล้วคลาดปลอดภัย และแก้ชงหนุนดวงให้แข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย
ของไหว้ศาลหลักเมือง ใช้อะไรบ้าง

เมื่อเพื่อน ๆ เดินเข้ามาบริเวณศาลหลักเมืองแล้ว ก็จะพบกับจุดบริการที่สามารถซื้อชุดของไหว้ได้ในราคาชุดละ 60 บาท สิ่งที่ได้คือ ดอกบัว พวงมาลัย ธูปเทียนและทองคำเปลว ผ้าแพรสามสีและน้ำมันตะเกียง ซึ่ง Nestopa แนะนำให้เพื่อน ๆ ซื้อจากจุดบริการนี้เพราะได้ของครบครัน และเพื่อป้องกันการได้ของไหว้จากบุคคลภายนอกที่มักจะขายราคาที่แพงกว่าจุดบริการ
ขั้นตอนการไหว้ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ
การไหว้ศาลหลักเมืองนั้น จะมีอยู่ 5 จุดด้วยกัน ซึ่งเรียงเป็น 5 ขั้นตอนตามลำดับดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 หอพระพุทธรูป

ขั้นตอนแรกในการไหว้ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ คือการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเสริมดวงชะตา เริ่มต้นด้วยการนำดอกบัวขึ้นไปสักการะพระพุทธรูป จากนั้นสามารถทำบุญใส่บาตรพระประจำวันเกิด ซึ่งเชื่อกันว่าจะช่วยในการสะเดาะเคราะห์ และส่งเสริมความมั่นคงในชีวิต นอกจากนี้เพื่อน ๆ ยังสามารถเสี่ยงทายด้วยพระพุทธรูป ภายในศาลหลักเมืองมีพระพุทธรูปเสี่ยงทายที่เชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์และแม่นยำ ขั้นตอนการเสี่ยงทายมีดังนี้
-
ตั้งจิตอธิษฐาน: ทำจิตใจให้เป็นสมาธิ กล่าวนะโม 3 จบ และระลึกถึงคุณพระศรีรัตนตรัย รวมถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดภายในศาลหลักเมือง
-
ยกองค์พระครั้งที่ 1: อธิษฐานขอให้เรื่องที่ปรารถนาประสบความสำเร็จ และลองยกองค์พระขึ้น
-
ยกองค์พระครั้งที่ 2: อธิษฐานขอเรื่องเดิมซ้ำอีกครั้ง และลองยกองค์พระขึ้น โดยขอให้อธิษฐานให้องค์พระนี้ไม่สามารถยกขึ้นได้
ขั้นตอนที่ 2 ศาลาถวายเครื่องสักการะ

ไหว้ศาลหลักเมืองขั้นตอนแรกคือถวายธูปและเทียน กล่าวคำอธิษฐาน เมื่อเสร็จแล้วนำผ้าแพรสีทั้ง 3 ผืน ผูกที่องค์หลักเมืองจำลองหลักใดหลักหนึ่ง โดยตำแหน่งในการผูกผ้าแพรสีทั้ง 3 ผืนบนองค์หลักเมืองบ่งบอกถึงความปรารถนาของเรา และปิดท้ายด้วยปิดทอง

ตำแหน่งการผูกผ้าแพรบ่งบอกความปรารถนา
-
บริเวณโคนขององค์หลักเมือง เมื่อต้องการเสริมสิริมงคลด้านการงาน
-
บริเวณกลางขององค์หลักเมือง เมื่อต้องการเสริมสิริมงคลด้านการเงิน
-
บริเวณยอดขององค์หลักเมือง เมื่อต้องการเสริมสิริมงคลด้านความรัก
ขั้นตอนที่ 3 องค์พระหลักเมือง

นำพวงมาลัยถวายองค์พระหลักเมือง โดยเสาหลักเมือง รัชกาลที่ 1 มียอดเสาเป็นรูปบัวตูม ส่วนเสาหลักเมือง รัชกาลที่ 4 ยอดเสาเป็นยอดเม็ดทรงมัณฑ์
จุดไฮท์ไลต์ของอาคารศาลหลักเมือง คือประตูทั้ง 4 ทิศ ไหว้ศาลหลักเมืองขอพรเรื่องอะไรได้บ้างโดยประตูของอาคารศาลหลักเมืองทั้ง 4 ทิศมีหัวข้อในการขอพรที่ต่างกัน
เคล็ดลับขอพร 4 ทิศ
ทิศทั้ง 4 มีเทวดาประจำทิศที่แตกต่างกันและการขอพรก็ต่างกันไปด้วย
เทวดาทั้ง 4 คือหัวหน้าเทวดาผู้มีหน้าที่รักษาโลกในทิศทั้ง 4 มีชื่อเรียกว่า ท้าวจาตุมหาราช บางทีก็เรียกว่า จตุโลกบาล หรือ จัตุโลกบาล ได้แก่
-
ท้าวกุเวร / ท้าวเวสวัณ หรือ ท้าวเวสสุวัณ จอมยักษ์ รักษาโลกด้านทิศเหนือ
-
ท้าววิรุฬหก จอมเทวดาหรือจอมกุมภัณฑ์ รักษาโลกด้านทิศใต้
-
ท้าวธตรฐ จอมภูตหรือจอมคนธรรพ์ รักษาโลกด้านทิศตะวันออก
-
ท้าววิรูปักษ์ / วิรูปักข์ จอมนาค รักษาโลกด้านทิศตะวันตก
โดยทิศทั้ง 4 มีเรื่องขอพรแตกต่างกันไป
ทิศเหนือ: ขอพรในเรื่องความสุข ความเจริญ ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
ทิศใต้: ขอพรในเรื่องของโชคลาภ เงินทอง ธุรกิจรุ่งเรือง
ทิศตะวันออก: ขอพรในเรื่องสุขภาพแข็งแรง อายุยืน
ทิศตะวันตก: ขอพรในเรื่องความรัก ความสัมพันธ์ที่ดี
คำกล่าวบูชาสักการะองค์พระหลักเมือง
ตั้งนะโมฯ 3 จบ
คาถาไหว้ศาลหลักเมือง “ศรีโรเม เทพเทวานัง พระหลักเมืองเทวานัง พระภูมิเทวานัง ทีปธูปจะบุปผัง สักการะวันทนัง สูปพยัญชนะ สัมปันนัง สารีนัง อุททะกัง วะรัง เตปิตุมเห อานุรักษ์ขันตุ อาโรขเยนะ สุเขนะจะ
ข้าพเจ้าชื่อ… นามสกุล…. เป็นคนจังหวัด…. ประกอบอาชีพ…. ขอถวายเครื่องสักการะและสิ่งต่าง ๆ แด่องค์พระหลักเมือง ขอองค์พระหลักเมืองจงรับเครื่องสักการะและสิ่งต่าง ๆ ของข้าพเจ้า
ขอบารมีองค์พระหลักเมืองและเทพารักษ์ที่สถิต ณ ที่นี้ จงบันดาลให้ข้าพเจ้า…. (ระบุสิ่งที่ปรารถนา เช่น การงาน การเงิน สุขภาพ ความรัก หรืออื่นๆ) สำเร็จสมปรารถนาทุกประการ 5. ขอให้ข้าพเจ้าและครอบครัว รวมถึงญาติสนิทมิตรสหาย จงแคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ และมีความสุขความเจริญตลอดไป
ขั้นตอนที่ 4 ศาลเทพารักษ์ทั้ง 5

นำพวงมาลัยถวายเทพารักษ์ทั้ง 5 ประกอบด้วย พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรี เจ้าเจตคุปต์ และเจ้าหอกลอง
หน้าที่ของเทพารักษ์ทั้ง 5
-
พระเสื้อเมือง เป็นเทพารักษ์คุ้มครองป้องกันทั้งทางบกทางน้ำ คุมกำลังไพร่พลแสงอากร รักษาบ้านเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุขปราศจากอริราชศัตรูมารุกราน
-
พระทรงเมือง เป็นเทพารักษ์รักษาการปกครองและกระทรวงทบวง กรมต่าง ๆ ดูแลทุกข์สุขของประชาชนให้ร่มเย็นเป็นสุขสวัสดิ
-
พระกาฬไชยศรี เป็นบริวารพระยม มีหน้าที่นำวิญญาณของมนุษย์ผู้ทำบาปไปสู่ยมโลก
-
เจ้าเจตคุปต์ เป็นบริวารพระยม มีหน้าที่จกความชั่วร้ายของชาวเมืองที่ตายไป และอ่านประวัติของผู้ตายเสนอพระยม
-
เจ้าหอกลอง เป็นเทพารักษ์ประจำหอกลอง มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเหตุการณ์ต่าง ๆ อันเกิดขึ้นในแผ่นดิน คอยรักษาเวลาย่ำรุ่ง ย่ำค่ำและเที่ยงคืน เกิดอัคคีภัยหรือมีข้าศึกศัตรูยกมาประชิดพระนคร
ขั้นตอนที่ 5 เติมน้ำมันตะเกียง พระประจำวันเกิดและสะเดาะเคราะห์

อีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในการไหว้ศาลหลักเมืองคือการจุดเติมน้ำมันตะเกียง ซึ่งธรรมเนียมปฏิบัติในการเติมน้ำมันตะเกียงคือให้เติมน้ำมันตะเกียงพระประจำวันเกิดครึ่งขวด เพื่อความสว่างไสวในชีวิต มีแต่ความเจริญรุ่งเรือง ส่วนที่เหลือให้นำไปเติมที่ตะเกียงสะเดาะเคราะห์ เพื่อให้สิ่งที่ไม่ดีทุกข์โศกโรคภัยออกไปจากตัวเพื่อน ๆ การเติมน้ำมันตะเกียงพระประจำวันเกิด เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการเข้ามาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในศาลหลักเมืองแห่งนี้
ข้อควรระวัง
ห้ามนำเนื้อสัตว์มาถวาย ควรนำพืชผัก ผลไม้ มาถวายแทน
ห้ามส่งเสียงดัง ควรรักษาความสงบเรียบร้อย
การแต่งกาย
-
ผู้ชาย สวมเสื้อสีสุภาพ หลีกเลี่ยง เสื้อกล้าม เสื้อแขนกุด
-
ผู้หญิง ควรแต่งกายมิดชิด สวมเสื้อมีแขน กระโปรงหรือกางเกงคลุมเข่า หลักเลี่ยง เสื้อกล้าม เสื้อแขนกุด กางเกงสั้น กระโปรงสั้นและชุดรัดรูป
เวลาเปิดปิด
ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ จะเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่ 06.30-18.00 น.
การเดินทางไปไหว้ศาลหลักเมือง
ไปศาลหลักเมืองด้วย MRT สนามไชย ทางออก 1 แล้วเดินต่อประมาณ 13 นาที
ไหว้ศาลหลักเมือง เฮง ๆ ปัง ๆ เสริมสร้างกำลังใจและความมั่นใจ
การไหว้ศาลหลักเมืองเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานาน เพื่อเพิ่มเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต นอกจากจะเป็นทำให้เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่ดีแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างกำลังใจและความมั่นใจให้กับเพื่อน ๆ อีกด้วย
ลองนำเคล็ดลับที่กล่าวมาไปปฏิบัติดู อาจจะช่วยให้เพื่อน ๆ สมหวังในสิ่งที่ปรารถนาไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงิน การงานและความรักได้ และสำหรับใครที่ปีนี้เป็นปีชง ไปไหว้ศาลหลักเมืองเพื่อแก้ชง แก้เคราะห์ร้ายให้เป็นเคราะห์ดีได้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://bangkokcitypillarshrine.com/Content/History