เผยแพร่ใน Tips ซื้อ-ขาย-เช่า อสังหาฯ

Mixed-Use คืออะไร? โครงการอสังหาฯ ยุคใหม่ที่นักลงทุนต้องรู้จัก

โครงการอสังหาริมทรัพย์แบบมิกซ์ยูส Mixed-Use คือ การที่โครงการที่พักอาศัยประเภทอาคารชุดรวมเข้ากับโครงการเชิงพาณิชย์ การพัฒนาโครงการ Mixed-Use ถือเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างคุ้มค่าและเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐสูง เพื่อพัฒนาพื้นที่โดยรอบโครงการให้มีความสะดวกสบายมากขึ้น เช่น การวางผังเมือง ระบบสาธารณูปโภค การคมนาคมและโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งผลให้ทำเลของโครงการ Mixed-Use มีศักยภาพในการเติบโตแบบก้าวกระโดดและเปลี่ยนที่ดินธรรมดาให้กลายเป็นที่ดินที่มีมูลค่าสูงขึ้นได้ในอนาคต


Key Takeaway

  • โครงการ Mixed-Use คือ โครงการที่ผนวกพักอาศัยประเภทอาคารชุดรวมเข้ากับโครงการเชิงพาณิชย์ ถือเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างคุ้มค่าและเต็มประสิทธิภาพ 

  • องค์ประกอบที่อาจพบได้ในโครงการ Mixed-Use ได้แก่ ที่อยู่อาศัย ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน โรงแรม พื้นที่ใช้สอยและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ 

  • จุดเด่นของโครงการ Mixed-Use คือความสะดวกสบาย ทำเลทอง ประหยัดเวลาเดินทาง มีศักยภาพในการลงทุน ความยืดหยุ่นและการใช้พื้นที่ที่จำกัดอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ


องค์ประกอบของโครงการ Mixed-Use มีอะไรบ้าง?

องค์ประกอบหลักและฟังก์ชันการใช้งานของโครงการ Mixed-Use ประกอบด้วย

  • โซนที่อยู่อาศัย (Residential): คอนโดมิเนียม อพาร์ทเม้นท์ ที่มีผู้อยู่อาศัย

  • ศูนย์การค้า (Commercial/Retail): ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ธนาคารต่าง ๆ 

  • สถานที่ทำงาน (Office): อาคารสำนักงาน 

  • การบริการ (Hospitality): โรงแรม 

  • สิ่งอำนวยความสะดวก (Facilities): พื้นที่สาธารณะ สวนสาธารณะ Co-working space ฟิตเนส


จุดเด่นของโครงการ Mixed-Use ในไทย

จุดเด่นของโครงการ Mixed-Use

  • ความสะดวกสบาย (Convenience): เป็นสถานที่ที่มีทุกอย่างครบจบในที่เดียว ทั้งช้อปปิ้ง ทานอาหาร ทำงาน และพักผ่อน 

  • ทำเลทองใจกลางเมือง (Prime Location): โครงการ Mixed-Use ส่วนใหญ่มักตั้งอยู่บนพื้นที่ธุรกิจหรือจุดเชื่อมต่อคมนาคม 

  • ประหยัดเวลาการเดินทาง (Time Saving): ตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิต โดยไม่ต้องเผชิญรถติด จะไปไหนก็สะดวก ไม่ต้องกังวล

  • ศักยภาพในการลงทุน (Investment Potential): ตอบโจทย์ครบทุกไลฟ์สไลต์ขนาดนี้แล้วจึงทำให้มูลค่าอสังหาฯ มีแนวโน้มสูงขึ้น และดึงดูดผู้เช่าได้ดี เหมาะแก่การลงทุน

  • ความยืดหยุ่นและการใช้พื้นที่คุ้มค่า (Flexibility & Value): ใช้พื้นที่แนวตั้งหรือแนวราบให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างรายได้จากหลายส่วนประกอบทั้งศูนย์การค้า ที่พักอาศัย พื้นที่สำนักงานและพื้นที่สาธารณะ


แนะนำ 6 โครงการ Mixed-Use ในกรุงเทพฯ

สามย่านมิตรทาวน์ (Samyan Mitrtown)

สามย่านมิตรทาวน์

ขอบคุณภาพจาก Samyan Mitrtown

สามย่านมิตรทาวน์เปิดให้บริการครั้งแรกปี 2562 ถือเป็นโครงการมิกซ์ยูสแห่งแรกบนถนนพระราม 4 ด้วย พื้นที่กว่า 2.22 แสนตารางเมตร พื้นที่ภายในประกอบไปด้วยโซนอาคารสำนักงาน ร้านค้า ตลอดจนโซนสิ่งอำนวยความสะดวก ที่สร้างมาเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์กลุ่มนักศึกษาเป็นหลัก ทั้ง Co-learning space Fitness และโรงภาพยนตร์

โครงการนี้ถือเป็นโครงการ Mixed-Use ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี มีส่วนที่พักอาศัยคือคอนโดมิเนียมแบบ Leasehold ชื่อ Triple Y Residence ซึ่งมีจุดเด่นด้านความสะดวกสบายในการเดินทาง เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) ที่สถานีสามย่านมิตรทาวน์ได้โดยตรง ทำให้ผู้พักอาศัยไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทาง นอกจากนี้ยังสามารถเดินลงมาใช้บริการพื้นที่ศูนย์การค้าส่วนที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงได้อีกด้วย

ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะมาสามย่านมิตรทาวน์เพื่อทำอะไร สามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับความสะดวกสบายและบริการที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของเพื่อน ๆ อย่างครบถ้วนแน่นอน

 

ทรู ดิจิทัล พาร์ค (True Digital Park)

ทรูดิจิทัล พาร์คขอขอบคุณรูปภาพจาก True Digital Park

ทรู ดิจิทัล พาร์คเปิดให้บริการครั้งแรกปี 2565 มีจุดประสงค์เพื่อให้ “ทุกคนเข้ามา LIVE, LEARN, WORK และ PLAY ปลุกคนรุ่นใหม่ให้พร้อมสำหรับอนาคต” เป็นโครงการ Mixed-Use ที่มีพื้นที่ทำงาน ช้อปปิ้ง ทานอาหาร และออกกำลังกายที่ตอบโจทย์คอมมิวนิตีของเหล่านักลงทุน หน่วยงานจากภาครัฐ ผู้เชี่ยวชาญ และบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ เปิดโอกาสทางธุรกิจที่ไม่มีสิ้นสุด

ทรู ดิจิทัล พาร์ค ตั้งอยู่ในย่านนวัตกรรมแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ที่เรียกว่า Bangkok CyberTech District บนถนนสุขุมวิท สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้าสถานี BTS ปุณณวิถี

 

วัน แบงค็อก (One Bangkok)

วัน แบงค็อก

ขอขอบคุณรูปภาพจาก One Bangkok

วัน แบงค็อกเปิดบริการเมื่อปี 2567 เป็นโครงการ Mixed-Use ใจกลางกรุงเทพฯ และถูกออกแบบให้เป็นเมืองต้นแบบแห่งอนาคต โดยได้รับแรงบันดาลใจจากการผสมผสานประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันยาวนานเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งขับเคลื่อนด้วยแนวคิดที่เน้น 'คนเป็นศูนย์กลาง' และมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน ซึ่งสะท้อนถึงอนาคตของเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร

วัน แบงค็อกให้ความสำคัญกับการจัดวางองค์ประกอบและสัดส่วนเพราะกว่าครึ่งหนึ่งของพื้นที่ทั้งหมดในโครงการ วัน แบงค็อก ได้รับการออกแบบให้เป็นพื้นที่สีเขียวและพื้นที่สาธารณะแบบเปิดโล่ง ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม

วัน แบงค็อก ตั้งอยู่ใจกลางเมือง บริเวณสี่แยกถนนพระราม 4 และถนนวิทยุ โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซนหลัก ดังนี้

1. โซนถนนพระราม 4: เป็นศูนย์กลางของอาคารสำนักงานและแหล่งไลฟ์สไตล์

2. โซนกลาง: ประกอบด้วยโรงแรมสองแห่ง คือ Andaz One Bangkok และ Upscale Lifestyle Hotel รวมถึงอาคาร Signature Tower ซึ่งเป็นตึกที่สูงที่สุดในโครงการ

3. โซนถนนวิทยุ: มีสวนสาธารณะ อาคารที่พักอาศัย Residential Tower โรงแรมหรูแบรนด์ดังอย่าง The Ritz-Carlton และโซน Luxury Retail Street

 

ไอคอนสยาม (ICONSIAM)

ไอคอนสยาม

ขอบคุณภาพจาก SIAM PIWAT

ไอคอนสยาม (ICONSIAM) เป็นศูนย์การค้าระดับลักชัวรีที่รวบรวมแบรนด์ชั้นนำจากทั่วโลกและแบรนด์ไทยไว้มากมาย โดยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก (New Global Destination) ด้วยการเชื่อมโยงระบบคมนาคมทั้งทางบกและทางน้ำเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้า Siam Takashimaya จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเลือกมาเปิดสาขาแรกในประเทศไทยที่นี่

ไอคอนสยามโดดเด่นด้วยพื้นที่จัดงานอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถรองรับงานระดับนานาชาติได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นงานนิทรรศการ งานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ คอนเสิร์ต การประชุม หรือการแสดงสินค้า ด้วยพื้นที่กว้างขวางและสาธารณูปโภคที่ทันสมัย ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้จัดงานได้อย่างยืดหยุ่น

นอกจากนี้ไอคอนสยามยังมี River Park ซึ่งเป็นพื้นที่ริมน้ำที่ออกแบบมาเพื่อการพักผ่อนและการจัดกิจกรรม พร้อมให้ผู้มาเยือนได้ชื่นชมทัศนียภาพอันงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย  

 

ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Central Park)

ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Dusit Central Park

ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค เป็นโครงการที่มีความหลากหลายในการใช้ชีวิตภายในพื้นที่ 4 ส่วนหลักของโครงการ ได้แก่ โรงแรมระดับ 5 ดาว ที่พักอาศัยระดับอัลตร้าลักชัวรี่ พื้นที่สำนักงานระดับพรีเมี่ยม และศูนย์การค้าสุดหรู พร้อมเติมเต็มคุณภาพชีวิตด้วย Roof Park สวนลอยฟ้า  โดยโครงการได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อผสานธรรมชาติกับเมืองเข้าด้วยกัน

ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค สามารถการเดินทางไปมาสะดวก ตั้งอยู่ในทำเลทอง โดยตั้งอยู่บนถนนสายหลักอย่างพระราม 4 และสีลมเชื่อมต่อกัน มีระบบขนส่งหลายรูปแบบโครงการออกแบบให้มีจุดเชื่อมต่อสู่รถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) สถานีศาลาแดง และรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) สถานีสีลม 

 

Cloud 11 Bangkok

Cloud 11 Bangkok

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Cloud 11 Bangkok

Cloud 11 เป็นโครงการมิกซ์ยูส เริ่มเปิดบริการช่วงปลายปี 2568 และเปิดเต็มรูปแบบในช่วงต้นปี 2569 มีพื้นที่ทำงานระดับเกรด A+ เป็นศูนยืการค้าคอนเซ็ปต์ใหม่แห่งความสร้างสรรค์ มีสตูดิโอที่เป็นพื้นที่เล่นที่ทันสมัยสำหรับครีเอเตอร์และนักนวัตกรรมในด้านภาพยนต์ สื่อดิจิทัล ดนตรี อีกทั้งยังมีพื้นที่สีเขียวอีก 10 ไร่และมีพื้นที่จัดแสดงหลายรูปแบบเพื่อเสริมพลังให้เหล่านักเต้น นักแสดงและครีเอเตอร์ด้วยสภาพแวดล้อมระดับโลกสำหรับการซ้อม การฝึกอบรมและการแสดงสด

Cloud 11 คือหัวใจอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของเอเชีย เริ่มจากการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เล่นกับความต่างระดับ ทำให้ Cloud 11 มีการเดินที่ลื่นไหลเหมือน “เมือง” มากกว่าห้างสรรพสินค้าหรือออฟฟิศ อีกทั้งยังมีฟังก์ชันการใช้งานได้ในทุกพื้นที่และมองเห็นร้านต่าง ๆ ที่อยู่ใน Ecosystem ในมุมมองที่ต่างออกไปและสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้คน

การเดินทางก็ไม่ยาก เพื่อน ๆ สามารถนั่งรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว ลงสถานีอุดมสุข ทางออก 2 (550 เมตร) หรือจะลงสถานีปุณณวิถี ทางออก 6 (600 เมตร) ก็ได้


ความท้าทายในการพัฒนาโครงการ Mixed-Use ในไทย

นักพัฒนาโครงการอสังหาฯ ในไทย อาจพบกับความท้าทายบางอย่าง ในการออกแบบและบริหารจัดการโครงการมิกซ์ยูส ดังนี้

  • ความซับซ้อนในการวางแผนและบริหารจัดการพื้นที่: โครงการ Mixed-Use มีฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย จึงต้องใช้การวางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อให้โซนต่าง ๆ ของโครงการสามารถเชื่อมโยงกันได้ การบริหารจัดการก็มีความซับซ้อนมากกว่าโครงการประเภทเดียว ทั้งในช่วงการก่อสร้างและหลังจากการเปิดดำเนินการ

  • ข้อจำกัดด้านกฎหมายและผังเมือง: กฎหมายผังเมืองหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นบางฉบับอาจยังไม่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาโครงการ Mixed-Use รูปแบบใหม่ ๆ หรือมีข้อจำกัดด้านอัตราส่วนพื้นที่อาคารและพื้นที่ว่างที่ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง 

  • การสร้างสมดุลระหว่างองค์ประกอบ: การจัดวางองค์ประกอบและการกำหนดสัดส่วนให้เหมาะสมและส่งเสริมกันเป็นเรื่องท้าทาย หากสัดส่วนไม่สมดุลอาจส่งผลให้บางส่วนไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร 

  • การบริหารจัดการความขัดแย้ง: การมีผู้ใช้งานหลากหลายกลุ่ม (ผู้อยู่อาศัย พนักงานออฟฟิศ ผู้มาใช้บริการศูนย์การค้า แขกโรงแรม) ในพื้นที่เดียวกัน อาจนำไปสู่ความขัดแย้งในด้านการใช้พื้นที่ส่วนกลาง มลพิษทางเสียงหรือความต้องการที่แตกต่างกัน ซึ่งต้องการการบริหารจัดการที่ดี

นอกจากนี้ โครงการมิกซ์ยูส (Mixed-Use) มักเผชิญกับความท้าทายในการออกแบบ เนื่องจากผู้ที่อาศัยอยู่ในโซนที่พักอาศัยต้องการความเงียบสงบ ในขณะที่โซนพาณิชย์อาจมีคนเข้าออกตลอดวัน

ดังนั้น การออกแบบโครงการมิกซ์ยูสให้ทั้งสองโซนสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในกรอบพื้นที่เดียวกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยอาจต้องมีการแยกส่วนระบบเข้า-ออก ที่จอดรถ และระบบสัญจรหลักต่าง ๆ เช่น ลิฟต์ บันได หรือทางเดิน อย่างชัดเจน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ใช้งานในโครงการเดียวกัน


แนวโน้มของโครงการ Mixed-Use ในไทย

เว็บไซต์ Japanvaluers กล่าวว่า แนวโน้มการพัฒนาโครงการ Mixed-Use ในอนาคต มีแนวทางการเติบโตที่เห็นได้ชัด เช่น การขยายทำเลตามแนวรถไฟฟ้าและพื้นที่เศรษฐกิจ การนำเทคโนโลยี Smart Building และ IoT มาใช้ การให้ความสำคัญกับความยั่งยืน (ESG) เช่น Green Building และพื้นที่สีเขียว การปรับรูปแบบโดยการเพิ่มฟังก์ชันใหม่ ๆ เช่น สุขภาพ เทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และการเรียนรู้ เป็นต้น โดยสามารถสังเกตได้จากโครงการมิกซ์ยูสใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน หรือแม้กระทั่งห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ที่หันมาปรับตัวเป็นมากกว่าร้านขายของ แต่เป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ในด้านอื่น ๆ มากขึ้น

สำหรับเพื่อน ๆ ที่มีความสนใจเกี่ยวกับอสังหาฯ สนใจลงทุนอาคารที่พักอาศัย (Residential) ตามโครงการ Mixed-Use ต่าง ๆ และไม่อยากพลาดโอกาสดี ๆ ที่เพื่อน ๆ สามารถลงขายที่ดินและทางเว็บไซต์ของเราเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ลงขายฟรี (50 ประกาศแรก) พร้อมทั้งยังมีฟีเจอร์แผนที่ ไม่ต้องไปเปิด Google Map ดูเองให้เสียเวลาและสามารถพิมพ์แชทขอคำแนะนำห้องที่ตรงใจ จาก Nestopa AI Agent อีกทั้งยังมีอัปเดตประกาศแบบเรียลไทม์ด้วยนะ หมดกังวลเรื่องเจอห้องว่างไม่จริงได้เลย! อย่าลืมแวะเข้ามาที่ Nestopa.com ได้เลย!

 

ขอขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก:

Mixed-Use ทางเลือกใหม่ของการพัฒนาอสังหาฯ ในยุคที่ดินแพงและมีจำกัด - japanvaluers.co.th 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

Freehold VS Leasehold คืออะไร ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดี | Nestopa 

คำถามที่พบบ่อย

Mixed-Use คือ โครงการที่สร้างขึ้นเพื่อผนวกพักอาศัยประเภทอาคารชุดรวมเข้ากับโครงการเชิงพาณิชย์ ถือเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างคุ้มค่าและเต็มประสิทธิภาพ

Mixed-use building (อาคารมิกซ์ยูส) คือโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่รวมการใช้งานหลากหลายประเภทไว้ในที่เดียวกัน เช่น ที่อยู่อาศัย (คอนโดมิเนียม) สำนักงาน ศูนย์การค้า และโรงแรม มักพบในทำเลเมืองที่มีราคาสูงและต้องการความคล่องตัวสูง ช่วยให้ผู้ใช้งานใช้ชีวิตครบวงจรในจุดเดียว ทั้งการทำงาน ช้อปปิ้ง และพักอาศัย

โครงการมิกซ์ยูสที่โด่งดังในไทย ได้แก่ วัน แบงค็อก (One Bangkok) ทรู ดิจิทัล พาร์ค (True Digital Park) สามย่านมิตรทาวน์ (Samyan Mitrtown) ไอคอนสยาม (ICONSIAM) ดุสิต เซนทรัล ปาร์ค (Dusit Central Park) และ Cloud 11 Bangkok

Warangkana
Warangkana Kayhasai ผู้เขียน

นักเขียน SEO ตัวน้อยจากขอนแก่นที่ชุบตัวเป็นชาวห้วยขวางผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยว เธอชอบไปที่ใหม่ ๆ ลองอะไรใหม่ ๆ และมีงานอดิเรกคือสังเกตสถาปัตยกรรมและชิมกาแฟ เธอมักตั้งคำถามกับหลาย ๆ สิ่งและมีความฝันที่จะเล่าทุกอย่างผ่านตัวอักษร 

อสังหาริมทรัพย์
Nestopa